มะเร็งต่อมลูกหมาก - อาการ สาเหตุ และวิธีการรักษา
ต่อมลูกหมากคืออะไร มีหน้าที่ทำอะไร
ต่อมลูกหมาก (prostate gland) เป็นอวัยวะหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชาย ทำหน้าที่ผลิตและหลั่งของเหลวซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำอสุจิ ช่วยหล่อเลี้ยงและส่งเสริมการเคลื่อนไหวของอสุจิ ต่อมลูกหมากตั้งอยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะ และล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต่อมลูกหมาก (prostatic urethra) แบ่งออกเป็นสองซีกซ้ายและขวา โดยมีท่อปัสสาวะพาดผ่านบริเวณกึ่งกลางของต่อ
ที่มา: clevelandclinic
มะเร็งต่อมลูกหมากคืออะไร
มะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยในเพศชายโดยมีลักษณะการดำเนินโรคที่หลากหลาย ตั้งแต่มะเร็งที่มีการเจริญเติบโตช้าและมีความรุนแรงต่ำ ไปจนถึงมะเร็งที่มีความก้าวร้าวสูงและแพร่กระจายได้ ในผู้ป่วยจำนวนมาก มะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน แต่สามารถส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตเมื่อโรคดำเนินมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบ และได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น มีโอกาสหายขาด และมีอัตราการรอดชีวิตในระยะยาวสูง โดยความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตามอายุ โดยพบได้บ่อยในผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี
มะเร็งต่อมลูกหมาก และภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นโรคที่มีพยาธิสภาพแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้จะเกิดขึ้นในอวัยวะเดียวกัน แต่เนื่องจากทั้งสองภาวะอาจส่งผลต่อการไหลของปัสสาวะ จึงทำให้ผู้ป่วยสามารถมีอาการบางประการที่คล้ายคลึงกันได้
สาเหตุการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากมีหลายประการ
-
อายุ ซึ่งความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในผู้ชายอายุมากกว่า 50 ปี
-
เชื้อชาติและชาติพันธุ์มีบทบาทสำคัญ โดยพบว่าผู้ชายเชื้อสายแอฟริกันหรือชาวแอฟริกันอเมริกันมีความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากสูงกว่ากลุ่มเชื้อชาติอื่น
-
ปัจจัยทางครอบครัวก็มีความเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน โดยผู้ที่มีญาติสายตรง เช่น บิดาหรือพี่น้องชาย เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นประมาณสองถึงสามเท่า นอกจากนี้ ปัจจัยทางพันธุกรรมมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นจากการศึกษาล่าสุด โดยเฉพาะการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับการซ่อมแซม DNA เช่น BRCA1, BRCA2 และยีนในกลุ่ม mismatch repair ซึ่งรวมถึงภาวะ Lynch syndrome ที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมากที่มีความก้าวร้าวสูง
มะเร็งต่อมลูกหมากมีอาการอย่างไร
มะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน และมักถูกตรวจพบจากการตรวจคัดกรอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อโรคมีการดำเนินมากขึ้นหรือมีการลุกลาม อาจเริ่มแสดงอาการที่สัมพันธ์กับระบบทางเดินปัสสาวะ ระบบสืบพันธุ์ได้
ซึ่งอาการส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมักเหมือนภาวะต่อมลูกหมากโตทั่วๆ ไปได้ อาการที่พบได้ ได้แก่
อาการทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง
-
ปัสสาวะบ่อย
-
ปัสสาวะลำบาก
-
ปัสสาวะกะปริดกะปรอย
-
รู้สึกแสบร้อนขณะปัสสาวะ
-
ปัสสาวะเป็นเลือด
อาการที่บ่งชี้ถึงโรคระยะลุกลามหรือมีการแพร่กระจาย ได้แก่
-
อาการปวดหลังส่วนล่าง สะโพก หรือกระดูกเชิงกราน ซึ่งมักสัมพันธ์กับการแพร่กระจายของมะเร็งไปยังกระดูก
การตรวจวินิจฉัยมะเร็งต่อมลูกหมาก
-
DRE : การตรวจทางทวารหนัก (digital rectal examination; DRE) เป็นการตรวจร่างกายที่แพทย์ใช้นิ้วสวมถุงมือและสารหล่อลื่นสอดผ่านทวารหนักเพื่อตรวจคลำต่อมลูกหมาก ประเมินลักษณะพื้นผิว ความแข็ง ขนาด และความไม่สม่ำเสมอของต่อม ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความผิดปกติ เช่น ก้อนแข็งหรือผิวต่อมที่ไม่เรียบ
-
PSA : การตรวจเลือดหาระดับแอนติเจนจำเพาะของต่อมลูกหมาก (prostate-specific antigen; PSA) เป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดย PSA เป็นโปรตีนที่ผลิตจากเซลล์ของต่อมลูกหมาก ระดับ PSA ที่สูงกว่าปกติไม่ได้หมายถึงมะเร็งต่อมลูกหมากเสมอไป แต่อาจพบได้จากภาวะอื่น เช่น ต่อมลูกหมากโตมาก หรือการอักเสบของต่อมลูกหมาก อย่างไรก็ตาม ระดับ PSA ที่สูงผิดปกติ หรือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจเป็นข้อบ่งชี้ให้ต้องมีการตรวจเพิ่มเติม
-
mpMRI Prostate : ในปัจจุบัน การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อมลูกหมากแบบหลายพารามิเตอร์ (multiparametric magnetic resonance imaging; mpMRI) มีบทบาทสำคัญในการประเมินความเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยเฉพาะก่อนการตัดชิ้นเนื้อ mpMRI ช่วยระบุตำแหน่งรอยโรคที่มีความเสี่ยงสูง ประเมินความรุนแรงของโรค และช่วยลดการตัดชิ้นเนื้อที่ไม่จำเป็น รวมถึงเพิ่มความแม่นยำในการตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากที่มีนัยสำคัญทางคลินิก
ใครที่ควรตรวจมะเร็งต่อมลูกหมาก
ผู้ชายทุกคนที่มีอายุมากกว่า 45 ปีขึ้นไปควรเข้ารับการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) แต่หากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรเข้ารับการตรวจครั้งแรกเมื่ออายุ 40 ปี และควรตรวจเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
ปัจจุบันยังไม่มีวิธีที่สามารถป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านโภชนาการและการดำเนินชีวิตอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรค หรือส่งเสริมสุขภาพโดยรวมของต่อมลูกหมากได้
วิธีรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
แนวทางการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากขึ้นอยู่กับระยะของโรค ระดับความรุนแรง และปัจจัยเฉพาะของผู้ป่วย โดยหนึ่งในทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีมะเร็งต่อมลูกหมากความเสี่ยงต่ำและยังไม่มีการลุกลาม คือ
-
การเฝ้าระวังเชิงรุก (active surveillance) ซึ่งประกอบด้วยการติดตามระดับ PSA อย่างสม่ำเสมอ การตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่อมลูกหมากแบบหลายพารามิเตอร์ (mpMRI) และการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากเป็นระยะในบางกรณี เพื่อเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของโรคและหลีกเลี่ยงการรักษาที่ไม่จำเป็น
-
การผ่าตัดเอาต่อมลูกหมากออกทั้งหมด (radical prostatectomy) เป็นทางเลือกในการรักษาที่มีเป้าหมายเพื่อการหายขาดในผู้ป่วยที่โรคยังจำกัดอยู่ภายในต่อมลูกหมากหรือมีการลุกลามเฉพาะที่ การรักษาด้วยวิธีนี้ส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถหลั่งน้ำอสุจิได้ในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ และจึงไม่สามารถมีบุตรโดยวิธีธรรมชาติภายหลังการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ยังอาจมีทางเลือกด้านการเก็บอสุจิไว้ล่วงหน้าสำหรับผู้ป่วยที่มีความต้องการมีบุตรในอนาคต
-
รังสีบำบัด (radiation therapy) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหลักในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยใช้รังสีพลังงานสูงเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง สามารถใช้เป็นการรักษาหลักในผู้ป่วยบางราย หรือใช้ร่วมกับการรักษาอื่น นอกจากนี้ รังสีบำบัดยังมีบทบาทในการรักษาหลังการผ่าตัดในบางกรณี เช่น เมื่อมีความเสี่ยงต่อการกลับเป็นซ้ำ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าอาจช่วยเพิ่มอัตราการควบคุมโรคในระยะยาว รวมถึงใช้เพื่อชะลอการลุกลามและบรรเทาอาการในผู้ป่วยระยะลุกลาม
หากมีความกังวลหรือสงสัยเกี่ยวกับมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินปัสสาวะ เพื่อรับการประเมิน วินิจฉัย และคำแนะนำในการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วยแต่ละราย
"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"
คลิก เพื่อขอคำปรึกษา
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกสุขภาพเพศชาย
สถานที่
อาคาร A ชั้น G
เวลาทำการ
จันทร์-อังคาร-พุธ 17.00-20.00
เบอร์ติดต่อ
02 080 5999 ต่อ 4110
