สะเก็ดเงิน เป็นแล้วรักษาอย่างไร?
สะเก็ดเงิน หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อโรคนี้ แต่ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วมันคืออะไร ต้องดูแลตัวเองยังไง จริง ๆ แล้วไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ถ้าเราเข้าใจดีพอ ในบทความนี้เราจะมารู้จัก โรคสะเก็ดเงิน ทั้งสาเหตุ อาการ และการรักษา และวิธีป้องกันการกำเริบของโรคนี้กันนะคะ
สะเก็ดเงิน คืออะไร?
สะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ผิวหนังอักเสบและเซลล์ผิวหนังโตเร็วผิดปกติ จนเกิดเป็นสะเก็ดหนาขึ้นมาบนผิวหนัง ซึ่งมักจะพบตามลำตัว แขนขา โดยเฉพาะข้อศอก เข่า และศีรษะ
สะเก็ดเงิน มีสาเหตุเกิดจากอะไร?
ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคสะเก็ดเงิน แต่ก็มีปัจจัยหลายอย่างที่อาจก่อให้เกิดโรคนี้ได้
- พันธุกรรม สะเก็ดเงินมีความเกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โดยพบว่าผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นสะเก็ดเงินจะมีโอกาสเป็นสะเก็ดเงินสูงกว่าคนทั่วไป
- ระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ สะเก็ดเงินเกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานผิดปกติ ส่งผลให้เกิดการอักเสบและการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนังโตเร็วผิดปกติ จนเกิดเป็นสะเก็ดหนา ๆ บนผิวหนัง
- ปัจจัยกระตุ้นต่าง ๆ เช่น ความเครียด การเกาถูเสียดสี การสัมผัสระคายเคือง หรือสารเคมีต่าง ๆ อาหารบางชนิด เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรคอ้วน การติดเชื้อ การบาดเจ็บของผิวหนัง การใช้ยาบางชนิด เป็นต้น
- สะเก็ดเงิน ไม่ใช่โรคติดต่อ ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมโรคไม่ให้กำเริบได้
ที่มา: epiphanydermatology
สะเก็ดเงิน มีกี่ชนิด? เกิดตรงส่วนไหนของร่างกายได้บ้าง
สะเก็ดเงินมีหลายชนิด แต่ที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่
- สะเก็ดเงินแบบผื่นหนา (Plaque Psoriasis) เป็นชนิดที่พบมากที่สุด โดยจะมีลักษณะเป็นผื่นสะเก็ดสีแดงขึ้นกระจายตามผิวหนัง เช่น บริเวณศีรษะ ข้อศอก ข้อเข่า ข้อพับ และลำตัว
- สะเก็ดเงินแบบผื่นเล็ก (Guttate Psoriasis) เป็นชนิดที่มีลักษณะเป็นจุดสะเก็ดเล็ก ๆ กระจายตามลำตัว มักเกิดขึ้นหลังจากติดเชื้อ เช่น ไข้หวัด
- สะเก็ดเงินแบบผิวหนังอักเสบ (Erythrodermic Psoriasis) เป็นชนิดที่มีอาการรุนแรง โดยจะมีลักษณะเป็นผื่นแดงทั่วร่างกาย อาจมีอาการคัน และลอกเป็นสะเก็ดมาก
- สะเก็ดเงินแบบข้อต่ออักเสบ (Psoriatic Arthritis) เป็นชนิดที่มีอาการอักเสบที่ข้อต่อ ซึ่งอาจเกิดขึ้นร่วมกับอาการสะเก็ดเงินที่ผิวหนัง
สะเก็ดเงิน สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายส่วนของร่างกาย เช่น บริเวณศีรษะ ใบหน้า ลำตัว แขน ขา ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และข้อต่อต่างๆ
สะเก็ดเงิน มีอาการอย่างไร?
อาการที่บ่งบอกว่าเป็นโรคสะเก็ดเงิน
- ผื่นนูนหนาสีแดงสะเก็ดสีเงินขึ้นตามผิวหนัง เป็นลักษณะที่พบบ่อยที่สุด โดยจะมีลักษณะผื่นแดงขึ้นกระจายตามผิวหนัง เช่น บริเวณศีรษะ ข้อ ข้อพับ และลำตัว
- ผิวหนังหนาและขรุขระ เนื่องจากมีการสะสมของเซลล์ผิวหนังที่มากเกินไป
- ผิวหนังลอกเป็นขุยหนา ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคันและระคายเคืองได้
- ปวดและอักเสบที่ข้อต่อ ในกรณีของสะเก็ดเงินแบบข้อต่ออักเสบ
การวินิจฉัยสะเก็ดเงิน มีวิธีการอย่างไร?
การวินิจฉัยโรคสะเก็ดเงิน แพทย์จะพิจารณาจากลักษณะอาการและประวัติของผู้ป่วย รวมทั้งประวัติครอบครัว ประวัติการใช้สบู่ แชมพู ยา เพื่อหาปัจจัยที่ทำให้ผื่นกำเริบ โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายทั่วไป และตรวจเพิ่มเติมตามลักษณะอาการของผู้ป่วย
- การตรวจโดยแพทย์เฉพาะทาง แพทย์จะตรวจสอบลักษณะของแผลสะเก็ดและอาการต่าง ๆ เพื่อวินิจฉัยว่าเป็นสะเก็ดเงินหรือไม่
- การตรวจชิ้นเนื้อ อาจมีการตรวจชิ้นเนื้อจากบริเวณที่มีอาการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
- การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงินได้
การรักษาสะเก็ดเงิน มีวิธีการอย่างไร?
การรักษาสะเก็ดเงินจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยมีวิธีการรักษาหลายแบบ
- การรักษาด้วยยาทาภายนอก ยาทาชนิดต่าง ๆ เช่น ยาทาสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ยาทาวิตามินดี (Calcipotriol) ยาทากลุ่มแอนทราลิน (Anthralin, Dithranol) ยาที่มีส่วนผสมของน้ำมันทาร์ (Tar) ยาทากลุ่ม Calcineurin inhibitor
- การรักษาด้วยแสง (UV Phototherapy) มีทั้งแบบ UVA และ UVB เพื่อช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์ผิวหนัง และลดการอักเสบ ต้องไปรับการฉายแสง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน
- การรักษาด้วยยาชนิดรับประทานและยาฉีด ในกรณีที่อาการรุนแรง อาจต้องใช้ยารับประทานเพื่อควบคุมอาการ เช่น ยาเมโธเทรกเซท (Methotrexate) ยาอาซิเทรติน (Acitretin) ยาเรตินอยด์ (Retinoid) หรือยาไซโคลสปอริน (Cycloporin) ยาฉีด Boilogics เช่น Secukinumab, Ustekinumab, Ixekizumab, Brodalumab, Guselkumab, Etanercept, Infliximab และ Adalimumab
- การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ เช่น การใช้ครีมบำรุงผิว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม การจัดการความเครียด
ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง
ศูนย์ศัลยกรรมความงามและสุขภาพแนวใหม่ Princ Aesthetic Surgery & Wellness Center
สถานที่
อาคาร A ชั้น 1
เวลาทำการ
จันทร์ - ศุกร์ 08.00 - 17.00 *กรุณานัดหมายล่วงหน้า
เบอร์ติดต่อ
02 080 5999

