Header

อีสุกอีใสจากงูสวัด: ความเสี่ยงและแนวทางป้องกันไวรัส VZV

อีสุกอีใสจากงูสวัด: ความเสี่ยงและแนวทางป้องกันไวรัส VZV

ทำไมงูสวัดถึงทำให้เกิดอีสุกอีใสในผู้อื่นได้?

ไวรัส Varicella-Zoster Virus (VZV) เป็นเชื้อที่ทำให้เกิดทั้ง อีสุกอีใส และ งูสวัด แม้ว่างูสวัดจะไม่สามารถแพร่จากคนสู่คนโดยตรง แต่หากบุคคลที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสหรือไม่ได้รับวัคซีนป้องกันมาก่อน สัมผัสน้ำเหลืองจากตุ่มแผลของผู้ป่วยงูสวัด พวกเขามีโอกาสติดเชื้อและกลายเป็นอีสุกอีใสได้

 


ความเสี่ยงของสมาชิกในครอบครัวที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส
ไวรัส VZV จากงูสวัดสามารถแพร่ไปยังผู้ที่ไม่เคยมีภูมิคุ้มกัน (ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสหรือยังไม่ได้รับวัคซีน) และทำให้พวกเขาเป็น อีสุกอีใส ได้

  1. ความเสี่ยงสูงขึ้นหากสัมผัสกับตุ่มแผลโดยตรง เพราะไวรัสอยู่ในน้ำเหลืองจากตุ่มน้ำที่แตก
  2. การแพร่เชื้อจะไม่เกิดขึ้นจากการไอหรือจาม แต่เกิดจาก การสัมผัสโดยตรงกับตุ่มแผล หรือของใช้ที่มีสารคัดหลั่งจากแผลติดอยู่
  3. หากติดเชื้อ อีสุกอีใสจะเริ่มแสดงอาการภายใน 10-21 วัน หลังได้รับเชื้อ

ใครที่เสี่ยงติดเชื้อจากงูสวัดมากที่สุด?

  • ผู้ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใส
  •  ผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน Varicella
  • ทารก เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ

ไวรัส VZV แพร่กระจายได้อย่างไร?

  •  ไม่แพร่ผ่านการไอหรือจาม
  •  แพร่ผ่านการสัมผัสโดยตรงกับ ตุ่มแผล
  •  แพร่ผ่านของใช้ที่มีสารคัดหลั่ง เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือเครื่องนอน

 

อีสุกอีใสจากงูสวัด

 



วิธีลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้ออีสุกอีใสจากงูสวัด

คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยงูสวัด

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มแผล หรือสารคัดหลั่งจากแผล
  • ปิดแผลให้มิดชิด ตลอดเวลาเพื่อลดการแพร่เชื้อ
  • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะหลังสัมผัสแผล
  •  ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว หรือเครื่องนอน
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว เสื้อผ้า หรือเครื่องนอน
  • หากสมาชิกในครอบครัวไม่มีภูมิคุ้มกันต่ออีสุกอีใส ควรพิจารณา ฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส (Varicella Vaccine) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • หากสมาชิกในครอบครัวสัมผัสกับตุ่มแผลโดยตรง ควรสังเกตอาการและปรึกษาแพทย์เรื่อง การฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสหลังสัมผัสเชื้อ (Post-Exposure Prophylaxis, PEP) ภายใน 3-5 วัน

คำแนะนำสำหรับสมาชิกในครอบครัว

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งจากแผล
  • ล้างมือเป็นประจำ
  • พิจารณาฉีด วัคซีนอีสุกอีใส (Varicella Vaccine) หากยังไม่มีภูมิคุ้มกัน
  • หากสัมผัสเชื้อโดยตรง ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับ การฉีดวัคซีนหลังสัมผัสเชื้อ (Post-Exposure Prophylaxis, PEP) ภายใน 3-5 วัน

 


สัญญาณเตือนเมื่ออีสุกอีใสเริ่มแสดงอาการ

หากสมาชิกในครอบครัวมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์

  •  มีไข้ และรู้สึกอ่อนเพลีย
  • ปวดศีรษะ
  •  ตุ่มน้ำใสขึ้นทั่วร่างกาย
  •  คันและระคายเคืองผิวหนัง

 


สรุป – วิธีป้องกันอีสุกอีใสจากงูสวัด

หากสมาชิกในครอบครัวไม่เคยเป็นอีสุกอีใสและสัมผัสตุ่มแผลของงูสวัด อาจติดเชื้อและเป็นอีสุกอีใสได้ต้องระวังการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มแผลและสารคัดหลั่ง ควรปิดแผล ล้างมือบ่อย ๆ และแยกของใช้ส่วนตัว การฉีดวัคซีนอีสุกอีใสสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

หากมีการสัมผัสเชื้อโดยตรง ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวัคซีนหลังสัมผัสเชื้อเพื่อป้องกันการเกิดโรค

หากสมาชิกในครอบครัวเริ่มมี ไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือมีตุ่มน้ำขึ้นตามร่างกาย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษา

 

"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"

คลิก เพื่อขอคำปรึกษา



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์ศัลยกรรมความงามและสุขภาพแนวใหม่ Princ Aesthetic Surgery & Wellness Center

สถานที่

อาคาร A ชั้น 1

เวลาทำการ

จันทร์ - ศุกร์ 08.00 - 17.00 *กรุณานัดหมายล่วงหน้า

เบอร์ติดต่อ

02 080 5999