Header

หลังจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เราจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้หรือไม่?

blank คุณวิทยา ดวงงา หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เราจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้หรือไม่? - โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

หลังจากการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจที่ขาดเลือด เราควรเลือกกิจกรรมที่มีความหนักอย่างเหมาะสม โดยใช้การคำนวณ METs หรือ Metabolic Equivalent of Task ซึ่งเป็นหน่วยที่ใช้วัดการใช้พลังงานของร่างกายในขณะทำกิจกรรมต่าง ๆ โดยการประมาณค่า METs ของกิจกรรมประจำวันจะขึ้นอยู่กับปริมาณและความหนักของกิจกรรมนั้น ๆ เมื่อพ้นภาวะวิกฤตหรือออกจากโรงพยาบาลแล้วควรทำกิจกรรมที่มีระดับ METs ที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและระดับการฟื้นฟูของผู้ป่วย โดยส่วนใหญ่แนะนำให้เริ่มต้นด้วยกิจกรรมที่มี METs ต่ำก่อนแล้วค่อยเพิ่มระดับ เมื่อร่างกายปรับตัวและฟื้นคืนมาได้ดีขึ้น

 

วิธีคำนวณMET จากการเดิน 6 นาที - โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิวิธีคำนวณMET จากการเดิน 6 นาที - โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

 

ตัวอย่างตาราง METs ที่แสดงระดับการใช้พลังงานของกิจกรรมต่าง ๆ:

  • การนั่งนิ่ง: 1.0 METs
  • การทำงานที่นั่งโต๊ะ: 1.5 METs
  • การเดินช้า: 2.5 METs
  • การเดินอยู่ในบ้าน: 2.5 METs
  • การเดินอยู่นอกบ้าน: 3.0 METs
  • การเล่นกอล์ฟ (ไม่มีการขับรถ): 4.0 METs
  • การวิ่งช้า: 5.0 METs
  • การวิ่งอย่างรวดเร็ว: 8.0 METs
  • การว่ายน้ำ: 7.0 METs
  • การปั่นจักรยาน: 4.0 - 16.0 METs (ขึ้นอยู่กับความเร็วและแรงต้านของการปั่น)

 

วิธีคำนวณMET จากการเดิน 6 นาที - โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ควรปรับระดับและปริมาณกิจกรรมตามความสามารถและความพร้อมของร่างกายของผู้ป่วย และควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูหัวใจเพื่อข้อเสนอแนะที่เหมาะสมในแต่ละกรณี

 

"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"

คลิก เพื่อขอคำปรึกษา



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

สถานที่

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ป่วยพาร์กินสัน กับการฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ นวัตกรรมการรักษาใหม่

โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่พบบ่อยเป็นอันดับสองรองจากโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยจะมีอาการสั่น ข้อแข็ง การเคลื่อนไหวช้า และปัญหาความสมดุล ซึ่งส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการเดินที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

blank บทความโดย : กภ. วิทยา ดวงงา หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ผู้ป่วยพาร์กินสัน กับการฝึกเดินด้วยหุ่นยนต์ นวัตกรรมการรักษาใหม่

โรคพาร์กินสัน (Parkinson's Disease) เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่พบบ่อยเป็นอันดับสองรองจากโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยจะมีอาการสั่น ข้อแข็ง การเคลื่อนไหวช้า และปัญหาความสมดุล ซึ่งส่งผลให้เกิดความผิดปกติในการเดินที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก

blank บทความโดย : กภ. วิทยา ดวงงา หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
แผนฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ช่วง 1 – 3 เดือนแรก รวมกายภาพบำบัดและเทคโนโลยี เพิ่มโอกาสฟื้นตัวเร็ว

วันนี้เราจะมาแนะนำ แผนฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ผสมผสานการกายภาพบำบัดแบบดั้งเดิม ร่วมกับ เทคโนโลยีฟื้นฟู เช่น หุ่นยนต์ฝึกเดิน (Robotic Gait Trainer), PMS (Peripheral Magnetic Stimulation), TMS (Transcranial Magnetic Stimulation), Biofeedback และ Robotic Glove เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟู

blank กภ.วิทยา ดวงงา หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
แผนฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ช่วง 1 – 3 เดือนแรก รวมกายภาพบำบัดและเทคโนโลยี เพิ่มโอกาสฟื้นตัวเร็ว

วันนี้เราจะมาแนะนำ แผนฟื้นฟูผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่ผสมผสานการกายภาพบำบัดแบบดั้งเดิม ร่วมกับ เทคโนโลยีฟื้นฟู เช่น หุ่นยนต์ฝึกเดิน (Robotic Gait Trainer), PMS (Peripheral Magnetic Stimulation), TMS (Transcranial Magnetic Stimulation), Biofeedback และ Robotic Glove เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟู

blank กภ.วิทยา ดวงงา หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม