Header

เวรดึกไม่ใช่เรื่องเล็ก: ทำงานเป็นกะ ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?

นพ.ณัฐ ปั้นเปล่ง | แผนกตรวจสุขภาพ | โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุววรณภูมิ นพ. ณัฐ ปั้นเปล่ง

เวรดึกไม่ใช่เรื่องเล็ก: ทำงานเป็นกะ ส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?

ในปัจจุบัน เศรษฐกิจและการบริการจำนวนมากต้องดำเนินไปตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้งานที่ต้อง ทำเป็นกะ (Shift work), กะดึก (Night shift) หรือ สลับเวร กลายเป็นเรื่องปกติในหลายอาชีพเช่น บุคลากรทางการแพทย์ พนักงานโรงงาน พนักงานขนส่ง พนักงานบริการลูกค้า และพนักงานคลังสินค้า

แม้งานลักษณะนี้จะมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม แต่มีหลักฐานทางการแพทย์จำนวนมากที่ยืนยันว่า การทำงานสวนทางกับเวลานอนตามธรรมชาติของร่างกาย อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม


นาฬิกาชีวภาพคืออะไร และเกี่ยวข้องกับเวรดึกอย่างไร?

ร่างกายของมนุษย์มีระบบที่เรียกว่า นาฬิกาชีวภาพ (Circadian rhythm) ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เช่น การนอนหลับ การหลั่งฮอร์โมน การเผาผลาญพลังงาน และระบบภูมิคุ้มกัน โดยจะทำงานสอดคล้องกับกลางวันและกลางคืน

เมื่อเราต้องทำงานในช่วงเวลาที่ร่างกายควรพักผ่อน เช่น ทำงานกลางคืนและนอนกลางวัน นาฬิกาชีวภาพจะถูกรบกวน ส่งผลให้ร่างกาย “สับสน” และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ดังต่อไปนี้

 

1. ผลกระทบต่อการนอนหลับและกลไกการทำงานของร่างกาย

ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในคนทำงานกะดึก คือ การนอนหลับไม่มีคุณภาพ เช่น การนอนหลับยาก หลับไม่สนิท ตื่นบ่อยระหว่างการนอน ระยะเวลานอนสั้นลง เป็นต้น ผลที่ตามมา คือ อาการง่วงนอน อ่อนเพลียเรื้อรัง สมาธิลดลง ความจำแย่ลง การตอบสนองช้าลง เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุในการทำงาน หลายคนอาจคิดว่านอนชดเชยในวันหยุดก็เพียงพอ แต่ในความเป็นจริง การนอนกลางวันไม่สามารถทดแทนคุณภาพการนอนกลางคืนได้อย่างสมบูรณ์

 

2. ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและระบบเผาผลาญ

การทำงานกะดึกสัมพันธ์กับความเสี่ยงของ กลุ่มอาการเมตาบอลิก ดังนี้

  • เบาหวานและการดื้อต่ออินซูลิน : การนอนผิดเวลาและการสัมผัสแสงไฟในตอนกลางคืนทำให้ฮอร์โมนเมลาโทนินลดลง ส่งผลให้การควบคุมน้ำตาลในเลือดแย่ลง และเพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด : การศึกษาระบุว่าคนที่ทำงานกะดึกมักจะมีความดันโลหิตสูงในขณะหลับและภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease) ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial fibrillation) และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เพิ่มขึ้น
  • พฤติกรรมการกินและน้ำหนักตัว : การทำงานในเวลากลางคืนมักทำให้วงจรการกินผิดปกติ โดยพนักงานกะดึกมักเลือกกินอาหารว่างที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพ เช่น ขนมหวาน ช็อกโกแลต มันฝรั่งทอด หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และมีแนวโน้มที่จะรับประทานอาหารมากขึ้น (Hyperphagia) เพื่อรับมือกับความเหนื่อยล้า ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนลงพุง และดัชนีมวลกาย (BMI) ที่เพิ่มสูงขึ้น


ทำงานกะดึก ส่งผลเสียอย่างไร

 

3. ความเสี่ยงโรคมะเร็งจากการทำงานกะดึก

สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้การทำงานกะดึกเป็น "สารที่อาจก่อมะเร็ง" (Probably carcinogenic) ต่อมนุษย์ เนื่องจากการรบกวนนาฬิกาชีวภาพส่งผลต่อการควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์

หลักฐานทางระบาดวิทยาชี้ให้เห็นว่า การทำงานกะดึกเป็นเวลานานมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของ มะเร็งเต้านม ในสตรี และอาจรวมถึงมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง (CLL) นอกจากนี้การทำงานในกะดึกยังส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อ DNA ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแก่ชราของเซลล์

 

4. ผลกระทบต่อสุขภาพสตรีและการตั้งครรภ์

เนื่องจากระบบควบคุมฮอร์โมนของร่างกายผู้หญิง ถูกควบคุมโดยนาฬิกาชีวิต ดังนั้นการทำงานกะดึกจึงอาจทำให้ฮอร์โมนเพศหญิงมีความแปรปรวน รอบเดือนผิดปกติและส่งผลต่อภาวะเจริญพันธุ์ นอกจากนี้สำหรับสตรีตั้งครรภ์ งานวิจัยพบว่าการทำงานกะดึกอาจเพิ่มความเสี่ยงการแท้งบุตร การคลอดก่อนกำหนด และทารกน้ำหนักแรกเกิดน้อยได้

 

5. สุขภาพจิตและภูมิคุ้มกัน

พนักงานกะดึกไม่เพียงแต่เผชิญกับปัญหาทางกายภาพ แต่ยังมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล ความเครียด และความผิดปกติทางอารมณ์ การอดนอนสะสมและการขาดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมตามปกติอาจนำไปสู่ความคิดที่อยากฆ่าตัวตายในกรณีที่รุนแรง

ในส่วนของระบบภูมิคุ้มกัน การทำงานกะดึกอาจทำให้ร่างกายอ่อนแอต่อการติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลัน และอาจส่งผลให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง

 

หากต้องทำงานกะดึก เราจะดูแลสุขภาพอย่างไร?

จากการวิจัยยืนยันชัดเจนว่าการทำงานกะดึกส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งคุณภาพการนอนหลับและสุขภาพโดยรวม เพื่อลดผลกระทบเหล่านี้ หน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาแนวทางปฏิบัติเบื้องต้น ดังนี้

1. การคัดกรองสุขภาพ: ควรมีการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอสำหรับพนักงานกะดึกเพื่อเฝ้าระวังโรคที่เกี่ยวข้อง

2. การปรับตารางงาน: หากเป็นไปได้ ควรปรับตารางงานให้สอดคล้องลักษณะนิสัยการนอนตามธรรมชาติของแต่ละบุคคล

3. โภชนาการ : การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารเพื่อจัดโปรแกรมการกินที่เหมาะสมสำหรับพนักงานกะดึกจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและระบบเผาผลาญได้

4. ทางเลือกในการทำงาน: ควรให้พนักงานมีโอกาสเปลี่ยนมาทำงานกะกลางวันหากเริ่มรู้สึกว่ากะดึกส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง

“ การตระหนักถึงความเสี่ยงเหล่านี้และการมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม จะช่วยให้บุคลากรที่ต้องเสียสละทำงานในยามค่ำคืนสามารถรักษาคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีไว้ได้ในระยะยาว ”

 

"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"

คลิก เพื่อขอคำปรึกษา



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกตรวจสุขภาพ

สถานที่

อาคาร A ชั้น 2

เวลาทำการ

จันทร์ - อาทิตย์ 07.00 - 16.00 น.

เบอร์ติดต่อ

02 080 5999 ต่อ 4501

แพทย์ประจำศูนย์
พญ. ชุติมา ศิริดำรงค์

เวชศาสตร์ชะลอวัย

นพ. ภาณุพงศ์ ดำเกิงขจรวงศ์

เวชศาสตร์ฉุกเฉิน