Header

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่สิ่งที่ควรประมาท

นพ. นพเมศฐ์ ศรีจารุสิทธิ์ | แผนกสุขภาพสตรี | โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ นพ. นพเมศฐ์ ศรีจารุสิทธิ์

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่สิ่งที่ควรประมาท

ภาวะมดลูกแตก (Uterine Rupture) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่สิ่งที่ควรประมาท เพราะนี่คือ "ภาวะฉุกเฉินขั้นสูงสุด" ทางสูติกรรมที่สามารถพรากชีวิตทั้งคุณแม่ และทารกในครรภ์ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที การรู้เท่าทันสัญญาณเตือนอาจเป็นเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่างความปลอดภัยและความสูญเสีย

 


ภาวะมดลูกแตก คืออะไร? ทำไมถึงน่ากลัว?

ภาวะมดลูกแตก คือ การที่ผนังมดลูกมีการฉีกขาดทะลุ ส่งผลให้ทารก รก หรือน้ำคร่ำ หลุดออกมาอยู่ในช่องท้องของคุณแม่ ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงเจ็บครรภ์คลอด แต่อาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่วงเดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์

ความน่ากลัว: เมื่อมดลูกแตก จะเกิดการเสียเลือดอย่างรุนแรง (Hemorrhage) และทารกจะขาดออกซิเจนทันที หากไม่ได้รับการผ่าตัดด่วนภายใน 10-30 นาที โอกาสรอดชีวิตของทารกจะต่ำมาก

 


5 สัญญาณเตือนอันตราย... มดลูกกำลังจะแตก!

หากคุณแม่มีอาการเหล่านี้ขณะตั้งครรภ์หรือเจ็บท้องคลอด ต้องรีบแจ้งแพทย์ทันที:

  1. ปวดท้องรุนแรงผิดปกติ ปวดตลอดเวลาแม้ไม่มีการหดตัวของมดลูก หรือปวดแปลบเหมือนมีอะไรฉีกขาดข้างใน

  2. หัวใจทารกเต้นผิดปกติ (Fetal Distress) นี่คือสัญญาณแรกที่แพทย์มักตรวจพบผ่านเครื่องวัด

  3. เลือดออกทางช่องคลอด อาจมีเลือดสดไหลออกมา หรือในบางเคสเลือดอาจคั่งอยู่ภายในช่องท้อง

  4. รูปร่างท้องเปลี่ยนไป คลำพบส่วนของตัวเด็กได้ชัดเจนผิดปกติใต้ผิวหนังหน้าท้อง

  5. ภาวะช็อก คุณแม่มีอาการหน้ามืด ความดันต่ำลง ชีพจรเต้นเร็ว และตัวเย็น

 

ภาวะมดลูกแตก วิกฤตนาทีชีวิตที่คุณแม่ ห้ามมองข้ามเด็ดขาด

 


ใครบ้างที่ เสี่ยงมดลูกแตก?

กลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ ได้แก่:

  • ผู้ที่เคยผ่าตัดคลอดครรภ์ก่อน แต่จะทำการคลอดเองในครรภ์ถัดไป: โดยเฉพาะผู้ที่มีแผลเป็นจากการผ่าตัดมดลูกในแนวตั้ง

  • เคยผ่าตัดเนื้องอกมดลูก: การศัลยกรรมที่กระทบถึงกล้ามเนื้อมดลูก

  • การใช้ยาเร่งคลอด: หากได้รับยาในปริมาณที่มากเกินไปจนมดลูกหดตัวรุนแรง

  • มดลูกขยายตัวมากเกินไป: เช่น ครรภ์แฝด หรือทารกตัวใหญ่ผิดปกติ

  • เคยมีประวัติมดลูกแตกมาก่อน: มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดซ้ำในครรภ์ถัดไป

 


วิธีป้องกันและการรับมือเพื่อรักษาชีวิต

แม้ภาวะนี้จะคาดเดาได้ยาก แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ดังนี้:

  • ฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ: เพื่อให้แพทย์ประเมินความหนาของผนังมดลูกและตำแหน่งรก

  • แจ้งประวัติการผ่าตัด: ต้องบอกประวัติการผ่าตัดมดลูกทุกประเภทให้สูติแพทย์ทราบอย่างละเอียด

  • วางแผนการคลอดที่เหมาะสม: หากมีความเสี่ยงสูง แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดคลอดก่อนกำหนด (Elective C-Section) แทนการรอคลอดธรรมชาติ

  • เลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อม: ต้องมีทีมศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ และธนาคารเลือดที่พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง

 

"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"

คลิก เพื่อขอคำปรึกษา



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกสุขภาพสตรี

สถานที่

อาคาร A ชั้น 2

เวลาทำการ

จันทร์ - อาทิตย์ 08.00 -20.00

เบอร์ติดต่อ

02 080 5999 ต่อ 4204

แพทย์ประจำศูนย์
นพ. ตรีรัตน์ ยังรอต

ศัลยศาสตร์ทั่วไป

นพ. นรจักร คุ้มชำนาญ

ตจวิทยา/ตจศัลยศาสตร์