Header

โรคเก๊าท์คืออะไร? อาการ สาเหตุ การรักษา และวิธีป้องกันโรคเก๊าท์

นพ.รณศักดิ์ มงคลรังสฤษฏ์ |ศูนย์รักษาโรคกระดูกและข้อแบบองค์รวม | โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุววรณภูมิ นพ. รณศักดิ์ มงคลรังสฤษฏ์

โรคเก๊าท์ (Gout)

โรคเก๊าท์ (Gout) คืออะไร? รู้ทันอาการ ป้องกันได้ก่อนปวดข้อรุนแรง

โรคเก๊าท์เป็นหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหาร และภาวะโรคเรื้อรังอื่น ๆ

 

โรคเก๊าท์คืออะไร 

โรคเก๊าท์ (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของ กรดยูริก (Uric Acid) ในร่างกายสูงเกินไป จนตกผลึกเป็นเข็มเล็ก ๆ ในข้อ ทำให้เกิดอาการอักเสบ ปวด บวม และแดง

โดยมักเกิดที่

  • ข้อโคนนิ้วหัวแม่เท้า
  • ข้อเท้า
  • เข่า
  • ข้อมือ

 

อาการของโรคเก๊าท์  

ผู้ป่วยมักมีอาการเฉียบพลัน โดยเฉพาะตอนกลางคืน

  • ปวดข้อรุนแรงทันที (มักเป็นข้อเดียว)
  • ข้อบวม แดง ร้อน
  • กดเจ็บมาก แม้สัมผัสเบา ๆ
  • เคลื่อนไหวข้อได้ลำบาก
  • ในบางรายมีไข้ร่วมด้วย

 หากไม่ได้รับการรักษา อาจกลายเป็น เก๊าท์เรื้อรัง และทำให้ข้อผิดรูปได้

 

ปัจจัยเสี่ยง 

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงของโรคเก๊าท์ ได้แก่

  • รับประทานอาหารพิวรีนสูง เช่น เครื่องใน อาหารทะเล (หากมีอาการโรคเกาต์เฉียบพลัน ควรงดอาหารในกลุ่มนี้เด็ดขาด)
  • ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
  • ภาวะอ้วน หรือ เมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) "กลุ่มอาการอ้วนลงพุง" 
  • โรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต
  • พันธุกรรม
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ

 

การวินิจฉัย 

จะสามารถทำการวินิจฉัย ได้โดย

1. ตรวจระดับกรดยูริกในเลือด

2. ตรวจน้ำในข้อ (Joint fluid analysis)

3. เอกซเรย์ หรืออัลตราซาวด์ข้อ

การวินิจฉัยที่ถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

 

การรักษาโรคเก๊าท์  

การรักษาจะเน้น 2 ระยะ

1. ระยะเฉียบพลัน

  • ยาลดการอักเสบ เช่น NSAIDs
  • ยา Colchicine
  • ยาสเตียรอยด์ (ในบางกรณี)

2. ระยะควบคุมระยะยาว

  • ยาลดกรดยูริก เช่น Allopurinol
  • ปรับพฤติกรรมการกิน
  • ควบคุมโรคร่วม

 เป้าหมายคือ “ลดกรดยูริก” และ “ป้องกันการกำเริบซ้ำ”

 

การดูแลตัวเอง 

  • ดื่มน้ำมากขึ้น (อย่างน้อย 2–3 ลิตร/วัน)
  • หลีกเลี่ยงอาหารพิวรีนสูง   (ควรหลีกเลี่ยงหากมีกรดยูริกสูงหรือเป็นโรคเกาต์) ได้แก่ เครื่องในสัตว์ทุกชนิด (ตับ, ไส้, สมอง), สัตว์ปีก (ไก่, เป็ด), อาหารทะเลบางชนิด (กุ้ง, หอย, ปลาซาร์ดีน, ปลาไส้ตัน), ยอดผัก (ยอดคะน้า, ยอดผักหวาน), ผักบางชนิด (หน่อไม้, สะตอ), น้ำต้มกระดูก, ซุปก้อน, และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ลดน้ำหนัก (หากมีภาวะอ้วน)
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • พักการใช้งานข้อในช่วงที่มีอาการปวด

 

การป้องกันโรคเก๊าท์  

การป้องกันสามารถทำได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการ

  • ตรวจสุขภาพประจำปี
  • ควบคุมโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน
  • เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 

สรุปโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์เป็นโรคที่สามารถควบคุมได้ หากตรวจพบเร็วและได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
การปรับพฤติกรรมร่วมกับการรักษาทางการแพทย์ จะช่วยลดการกำเริบ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

 

การดูแลโรคเก๊าท์ไม่ได้เป็นเพียงการรักษาอาการปวดข้อเท่านั้น แต่ต้องประเมิน “สุขภาพองค์รวม” เนื่องจากมักเกี่ยวข้องกับโรคเรื้อรังอื่น ๆ เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคไต



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์รักษาโรคกระดูกและข้อแบบองค์รวม

สถานที่

อาคาร A ชั้น G

เวลาทำการ

จันทร์ - อาทิตย์ 08.00 - 20.00

เบอร์ติดต่อ

02 080 5999 ต่อ 4110

แพทย์ประจำศูนย์
พญ. อภิญญา พลามิตร

กุมารเวชศาสตร์โรคระบบการหายใจ

นพ. นพเมศฐ์ ศรีจารุสิทธิ์

สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา

มะเร็งวิทยานรีเวช

นพ. บุญชู สถิรลีลา

สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์