Header

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก คืออะไร? (LAIV) เหมาะกับใคร? ต่างจากแบบฉีดไหม?

พญ.อภิญญา พลามิตร | แผนกเด็ก 24 ชั่วโมง | โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุววรณภูมิ พญ. อภิญญา พลามิตร

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก คืออะไร?

เมื่อถึงฤดูการระบาดของไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกันตัวเองและคนในครอบครัว โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่จึงเป็นวิธีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคน โดยเฉพาะเด็กเล็ก หรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคน ตัดสินใจไม่รับวัคซีน คือ "ความกลัวเข็ม" (Trypanophobia) ซึ่งเป็นความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นจริงและส่งผลต่อการตัดสินใจรับบริการทางการแพทย์

ด้วยเหตุนี้ นวัตกรรมทางการแพทย์จึงได้พัฒนา "วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก" ขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ที่เข้ามาตอบโจทย์ปัญหานี้โดยเฉพาะ แต่หลายคนก็ยังมีคำถามว่า วัคซีนชนิดนี้คืออะไร? ทำงานอย่างไร? ปลอดภัยหรือไม่? และมีประสิทธิภาพเทียบเท่าแบบฉีดหรือไม่?

บทความนี้จะเจาะลึกทุกแง่มุมของวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก เพื่อให้คุณมีข้อมูลที่ครบถ้วนในการตัดสินใจ

 


วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก คืออะไร? (What is LAIV?)

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก (Nasal Spray Flu Vaccine) คือวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในรูปแบบสเปรย์ละอองฝอย ใช้สำหรับพ่นเข้าสู่โพรงจมูกโดยตรง แทนที่การฉีดเข้ากล้ามเนื้อ

ในทางการแพทย์ วัคซีนชนิดนี้มีชื่อเรียกเฉพาะว่า LAIV (Live Attenuated Influenza Vaccine) หรือ "วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์"

 

"เชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์" (Live Attenuated) ปลอดภัยหรือไม่?

คำว่า "เชื้อเป็น" อาจฟังดูน่ากังวล แต่ในความเป็นจริง เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ใช้ในวัคซีน LAIV ได้ผ่านกระบวนการทางห้องปฏิบัติการที่ซับซ้อน เพื่อทำให้เชื้อ "อ่อนแอ" (Attenuated) ลงอย่างมาก

เชื้อที่อ่อนแอลงนี้ ถูกออกแบบมาให้สามารถเติบโตได้ดีในอุณหภูมิที่เย็นกว่าปกติ (เช่น ในโพรงจมูก) แต่ไม่สามารถเติบโตหรือก่อโรคได้ในอุณหภูมิที่อุ่นกว่า (เช่น ในปอด หรืออวัยวะภายใน)

ผลลัพธ์คือ เชื้อนี้ไม่สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ที่รุนแรงได้ แต่ยังคง "มีชีวิต" เพียงพอที่จะกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย "ซ้อมรบ" และสร้างเกราะป้องกันขึ้นมา เมื่อร่างกายเจอเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์จริงในอนาคต ภูมิคุ้มกันที่ถูกฝึกไว้แล้วนี้ก็จะสามารถจดจำและเข้าจัดการได้อย่างรวดเร็ว

 

กลไกการทำงานที่แตกต่าง: ภูมิคุ้มกัน 2 ชั้น

จุดเด่นที่ทำให้ LAIV แตกต่างจากวัคซีนแบบฉีด (ซึ่งส่วนใหญ่เป็น "เชื้อตาย" หรือ Inactivated Vaccine) คือกลไกการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน

  • วัคซีนแบบฉีด (เชื้อตาย): กระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันใน "กระแสเลือด" (Systemic Immunity) เป็นหลัก เปรียบเหมือนการมีทหารรออยู่ในค่าย พร้อมออกรบเมื่อศัตรูบุกเข้ามาในเมือง
  • วัคซีนแบบพ่นจมูก (เชื้อเป็น): กระตุ้นภูมิคุ้มกันถึง 2 ชั้น
    1. ภูมิคุ้มกันในกระแสเลือด (Systemic): เหมือนกับแบบฉีด
    2. ภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ (Mucosal): นี่คือจุดเด่นสำคัญ เนื่องจากวัคซีนถูกพ่นเข้าไปที่ "จมูก" ซึ่งเป็นประตูหน้าด่านที่เชื้อไวรัสใช้บุกรุกร่างกาย ร่างกายจึงสร้างแอนติบอดี (ทหารยาม) ขึ้นมาเฝ้าที่ "เยื่อบุโพรงจมูก" โดยตรง

การมีภูมิคุ้มกันที่เยื่อบุโพรงจมูก เปรียบเหมือนการมี "ทหารยามยืนเฝ้าที่กำแพงเมือง" สามารถดักจับและต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ทันทีตั้งแต่ด่านแรก ทำให้การป้องกันมีประสิทธิภาพและเลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติได้สมจริงยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน วัคซีนพ่นจมูกที่มีใช้ในประเทศไทย (เช่น ยี่ห้อ FluMist) เป็นวัคซีนชนิด 4 สายพันธุ์ (Quadrivalent) ซึ่งครอบคลุมสายพันธุ์ตามที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำในแต่ละปี เช่นเดียวกับวัคซีนแบบฉีดส่วนใหญ่

 


ข้อดีของวัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก (LAIV)

วัคซีนชนิดพ่นจมูกมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ไม่ต้องใช้เข็ม (Needle-Free)

นี่คือข้อดีที่ชัดเจนที่สุด ช่วยลดความเจ็บปวด ความเครียด และความวิตกกังวลที่เกี่ยวข้องกับ "ความกลัวเข็ม" (Trypanophobia) ทำให้กระบวนการรับวัคซีนเป็นมิตรมากขึ้น โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก และสร้างประสบการณ์ที่ดีในการมาสถานพยาบาล

2. สร้างเกราะป้องกัน 2 ชั้น (Dual-Layer Immunity)

ดังที่กล่าวไปแล้ว การกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ (Mucosal Immunity) บริเวณเยื่อบุโพรงจมูก ถือเป็นการป้องกันด่านหน้าที่มีประสิทธิภาพ ช่วยดักจับเชื้อก่อนที่จะลุกลามเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง

3. เลียนแบบการติดเชื้อตามธรรมชาติ

เนื่องจากเป็นวัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ที่เข้าทางจมูก จึงกระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันได้ "กว้าง" (Broader) กว่าการใช้ชิ้นส่วนของเชื้อตาย การซ้อมรบที่สมจริงนี้ อาจช่วยให้ร่างกายจดจำและตอบสนองต่อเชื้อไวรัสที่อาจมีการกลายพันธุ์เล็กน้อยได้ดีกว่า

4. ประสิทธิภาพสูง (โดยเฉพาะในเด็ก)

มีข้อมูลการศึกษาจำนวนมากที่ชี้ให้เห็นว่า วัคซีนพ่นจมูก (LAIV) มีประสิทธิภาพ (Efficacy) ในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในกลุ่มเด็กเล็กในเด็กและวัยรุ่นสูงถึง 88 %

  • มีประสิทธิภาพดีกว่าวัคซีนแบบฉีดชนิดเนื้อตาย (TIV) ถึง 54.9%
  • ลดการนอนโรงพยาบาลได้ถึง 63%

5. สะดวกและรวดเร็ว (Convenient)

กระบวนการให้วัคซีนใช้เวลาสั้นมาก (ไม่ถึง 1 นาที) โดยการพ่นสเปรย์เข้าจมูกทีละข้าง ไม่ต้องเตรียมผิวหนัง ไม่ต้องรอปิดพลาสเตอร์หลังฉีด

 


วัคซีนพ่นจมูก เหมาะกับใคร? (Ideal Candidates)

แม้จะมีข้อดีมาก แต่ LAIV ก็เป็นวัคซีนที่ "เลือกคน" และ ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน นี่คือจุดที่ต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน

กลุ่มเป้าหมายหลัก ที่แนะนำให้ใช้วัคซีนพ่นจมูก คือ:

  • เด็กเล็ก (อายุ 2 ปี ขึ้นไป) และเด็กโต (อายุไม่เกิน 17 ปี)
    • กลุ่มนี้มักกลัวเข็ม และเป็นกลุ่มที่ข้อมูลการศึกษาพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพดี
  • ผู้ใหญ่สุขภาพแข็งแรง (อายุ 18 - 49 ปี)
    • ย้ำว่า "สุขภาพแข็งแรง" เพราะร่างกายต้องพร้อมที่จะรับมือ (ซ้อมรบ) กับเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์
    • และ "อายุไม่เกิน 49 ปี" เนื่องจากข้อมูลการศึกษาในกลุ่มผู้สูงอายุ (50 ปีขึ้นไป) พบว่าประสิทธิภาพของ LAIV อาจไม่ดีเท่าวัคซีนแบบฉีด

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก

 


ข้อควรระวัง และกลุ่มที่ไม่แนะนำให้ใช้ (Precautions and Contraindications)

นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดเพื่อความปลอดภัย (Trustworthiness) เนื่องจากเป็นวัคซีน "เชื้อเป็น" จึงมีข้อห้ามใช้ (Contraindications) ที่เข้มงวดกว่าวัคซีนแบบฉีด (เชื้อตาย)

ห้ามใช้วัคซีนนี้หากคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้

กลุ่มที่ "ห้ามใช้" (Strictly Contraindicated)

  • เด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี
  • ผู้ใหญ่อายุ 50 ปี ขึ้นไป
  • สตรีมีครรภ์ (Pregnant Women)
  • ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง (Immunocompromised):
    • เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ, ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
    • ผู้ที่รับประทาน "ยากดภูมิคุ้มกัน" (เช่น สเตียรอยด์ขนาดสูง, ยาปลูกถ่ายอวัยวะ)

 

กลุ่มที่ "ควรหลีกเลี่ยง" หรือ "ต้องปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน"

  • ผู้ป่วยโรคหอบหืด (Asthma): โดยเฉพาะเด็กอายุ < 5 ปี ที่มีประวัติหายใจเสียงวี๊ด 
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง: เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD), โรคหัวใจ, โรคไตเรื้อรัง
  • เด็กหรือวัยรุ่นที่รับประทานยา "แอสไพริน" เป็นประจำ: อายุ 2 - 17 ปี
  • ผู้ที่แพ้วัคซีนรุนแรง : เคยมีประวัติแพ้วัคซีนไข้หวัดใหญ่อย่างรุนแรง หรือแพ้ส่วนประกอบของวัคซีนที่เป็นไขไก่

ข้อสรุปที่สำคัญที่สุดคือ: การรับวัคซีนพ่นจมูก "ต้อง" ผ่านการซักประวัติและประเมินโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ก่อนทุกครั้ง

 


ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ (Potential Side Effects)

การรับวัคซีนพ่นจมูกมีความปลอดภัยสูง ผลข้างเคียงที่พบส่วนใหญ่ "ไม่รุนแรง" และ "หายได้เอง" ภายใน 1-3 วัน ซึ่งเป็นสัญญาณปกติที่บอกว่าระบบภูมิคุ้มกันกำลังทำงาน

ลักษณะผลข้างเคียงจะแตกต่างจากวัคซีนแบบฉีด (ที่มักปวดแขน) โดย LAIV จะมีอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจส่วนต้น

ผลข้างเคียงที่ "พบบ่อย":

  • คัดจมูก หรือ น้ำมูกไหล (พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในเด็ก)
  • เจ็บคอ หรือระคายคอ
  • ไอ
  • มีไข้ต่ำๆ
  • ปวดศีรษะ หรืออ่อนเพลีย

วิธีดูแล: พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ หากมีไข้สามารถรับประทานยาลดไข้ (พาราเซตามอล) ได้

ผลข้างเคียงที่ "รุนแรง" (แต่พบน้อยมาก):

อาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) เช่น หายใจลำบาก, หน้าบวม, ปากบวม, ผื่นลมพิษทั่วตัว ถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ "พบได้น้อยมาก" แต่หากเกิดขึ้นต้องรีบกลับไปพบแพทย์ทันที (ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทุกสถานพยาบาลจะให้ผู้รับวัคซีนนั่งรอดูอาการ 30 นาทีหลังรับ)

 


เปรียบเทียบ วัคซีนพ่นจมูก (LAIV) กับ วัคซีนแบบฉีด (IIV)

เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นี่คือตารางเปรียบเทียบความแตกต่างที่สำคัญของวัคซีนทั้งสองชนิด

 

 

คุณสมบัติ

วัคซีนพ่นจมูก (LAIV)

วัคซีนแบบฉีด (IIV)

ประเภทเชื้อ

เชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (Live Attenuated)

เชื้อตาย (Inactivated)

กลไกทำงาน

2 ชั้น: ภูมิคุ้มกันในกระแสเลือดเลือด + ภูมิคุ้มกันที่เยื่อบุจมูก

1 ชั้น: ภูมิคุ้มกันในกระแสเลือด

วิธีการให้

พ่นสเปรย์เข้าจมูก

ฉีดเข็มเข้ากล้ามเนื้อ

ความเจ็บปวด

ไม่เจ็บ

เจ็บ (อาจปวดระบมแขน)

กลุ่มอายุที่รับได้

2 ปี ถึง 49 ปี

6 เดือน ขึ้นไป (ทุกช่วงวัย)

ข้อห้ามสำคัญ

เยอะ: ห้ามในคนท้อง, ภูมิคุ้มกันบกพร่อง, อายุ <2 ปี, >50 ปี, หอบหืดรุนแรง

น้อย: ห้ามเฉพาะผู้ที่เคยแพ้รุนแรง

ผลข้างเคียงพบบ่อย

คัดจมูก, น้ำมูกไหล, เจ็บคอ

ปวดแขน, บวม, แดง บริเวณที่ฉีด

 

 

สรุป: ควรเลือกแบบไหนดี?

สามารถใช้เกณฑ์การตัดสินใจง่ายๆ ดังนี้:

  • จำเป็นต้องเลือก "แบบฉีด" (IIV) เท่านั้น หากคุณ:
    • มีอายุต่ำกว่า 2 ปี
    • มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป
    • ตั้งครรภ์
    • มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคหอบหืด
    • มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 
  • "แบบพ่นจมูก" (LAIV) เป็นทางเลือกที่ดีมาก หากคุณ:
    • อยู่ในช่วงอายุ 2 - 49 ปี
    • และ มีสุขภาพร่างกาย แข็งแรงดี 
    • และ มีความกลัวเข็มฉีดยา หรือต้องการความสะดวกสบาย
  • ถ้าคุณเลือกได้ทั้งสองแบบ (เช่น อายุ 30 สุขภาพดี ไม่กลัวเข็ม)?
    • คำแนะนำทางการแพทย์ (เช่น จาก CDC) ระบุว่า สามารถเลือกรับชนิดใดก็ได้ ที่มีให้บริการ
    • สิ่งสำคัญที่สุด: "วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุด คือวัคซีนตัวแรกที่คุณได้รับก่อนที่ฤดูระบาดจะมาถึง"

 


คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับวัคซีนพ่นจมูก

Q1: พ่นวัคซีนแล้ว จะยังเป็นไข้หวัดใหญ่อีกไหม?

A1: ยังมีโอกาสเป็นได้ครับ ไม่มีวัคซีนใดป้องกันได้ 100% แต่เป้าหมายหลัก คือ "การป้องกันอาการป่วยรุนแรง", ลดภาวะแทรกซ้อน (เช่น ปอดอักเสบ), ลดการนอนโรงพยาบาล และลดการเสียชีวิต

 

Q2: ต้องพ่นทุกปีไหม?

A2: จำเป็นต้องพ่นทุกปี ด้วย 2 เหตุผลหลัก: 1) ภูมิคุ้มกันที่ได้จากวัคซีนจะค่อยๆ ลดลงใน 6-12 เดือน และ 2) เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์ ทุกปี จึงต้องอัปเดตวัคซีนให้ตรงกับสายพันธุ์ล่าสุด

 

Q3: วัคซีนพ่นจมูก ราคาเท่าไหร่?

A3: มักมีราคาสูงกว่าแบบฉีด เนื่องจากถือเป็น "วัคซีนทางเลือก" ที่มีนวัตกรรมสูงกว่า ราคาในโรงพยาบาลเอกชนมักอยู่ในช่วงประมาณ 1,000 - 2,000+ บาท (ควรตรวจสอบราคากับสถานพยาบาลอีกครั้ง)

 

Q4: พ่นวัคซีนได้ที่ไหน?

A4: ส่วนใหญ่จะมีให้บริการใน "โรงพยาบาลเอกชน" โดยเฉพาะแผนกเด็กหรือศูนย์กุมารเวช คลินิกทั่วไปหรือโรงพยาบาลรัฐอาจไม่ได้สต็อกวัคซีนนี้ไว้ แนะนำให้ "โทรสอบถาม" ล่วงหน้า

 

Q5: เป็นหวัด มีน้ำมูกอยู่ พ่นวัคซีนได้ไหม?

A5: ควรรอให้หายก่อน หากมีอาการหวัด (คัดจมูกรุนแรง, น้ำมูกไหลมาก, มีไข้) แพทย์จะแนะนำให้เลื่อนการพ่นออกไปก่อน เพราะน้ำมูกอาจชะล้างตัววัคซีนออกมา หรือทำให้วัคซีนดูดซึมได้ไม่ดี และร่างกายที่กำลังป่วยอาจตอบสนองต่อวัคซีนได้ไม่เต็มที่

 

Q6: "วัคซีนพ่นจมูกโควิด" กับ "วัคซีนพ่นจมูกไข้หวัดใหญ่" เหมือนกันไหม?

A6: คนละตัวกันโดยสิ้นเชิง วัคซีนพ่นจมูกไข้หวัดใหญ่ (LAIV) ป้องกัน "เชื้อไข้หวัดใหญ่" (Influenza) ส่วนวัคซีน/สเปรย์พ่นจมูกโควิด ป้องกัน "เชื้อ SARS-CoV-2" (เช่น CoviTRAP ในไทยที่เป็นสเปรย์แอนติบอดีดักจับเชื้อ) ไม่สามารถใช้แทนกันได้

 


บทสรุป: วัคซีนพ่นจมูก ทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่แบบพ่นจมูก (LAIV) ถือเป็นนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้ามาแก้ปัญหา "ความกลัวเข็ม" ได้อย่างตรงจุด ช่วยให้การรับวัคซีนเป็นเรื่องง่ายขึ้น โดยเฉพาะในเด็ก

แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องกลุ่มอายุ, ข้อห้ามใช้ในกลุ่มเสี่ยง และราคาที่สูงกว่า แต่ก็แลกมาด้วยความสะดวกสบาย กลไกการสร้างภูมิคุ้มกันที่มีประสิทธิภาพดี

สิ่งที่ควรทำต่อไป

  1. ประเมินความเหมาะสม: ตรวจสอบว่าคุณหรือบุตรหลาน อยู่ในกลุ่มอายุ (2-49 ปี) และมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีข้อห้ามใช้หรือไม่
  2. ชั่งน้ำหนัก: เปรียบเทียบข้อดีเรื่องความสะดวกสบาย (ไม่เจ็บ) กับข้อจำกัดเรื่องราคาและข้อควรระวัง
  3. ปรึกษาและโทรสอบถาม: ติดต่อสถานพยาบาลใกล้บ้าน (โดยเฉพาะโรงพยาบาลเอกชน) เพื่อสอบถามว่ามีบริการวัคซีนพ่นจมูก (LAIV) หรือไม่ ราคาเท่าไหร่ และนัดหมายเพื่อเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนรับบริการ

ไม่ว่าจะเลือกรับวัคซีน "แบบพ่น" หรือ "แบบฉีด" สิ่งสำคัญที่สุดคือการได้รับวัคซีนป้องกันก่อนที่ไข้หวัดใหญ่จะเริ่มระบาด เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณและคนในครอบครัว

 

"หากมีคำถาม หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษา กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง"

คลิก เพื่อขอคำปรึกษา

 

แพ็กเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แบบพ่นจมูก (สำหรับเด็ก, ผู้ใหญ่)

แพ็กเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แบบพ่นจมูก (สำหรับเด็ก, ผู้ใหญ่)
แพ็กเกจวัคซีนไข้หวัดใหญ่ แบบพ่นจมูก (สำหรับเด็ก, ผู้ใหญ่)



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกเด็ก 24 ชั่วโมง

สถานที่

อาคาร A ชั้น 2

เวลาทำการ

เบอร์ติดต่อ

แพทย์ประจำศูนย์
พญ. ลลินทิพย์ วารีสุนทร

วิสัญญีวิทยา/ วิสัญญีวิทยาสำหรับการผ่าตัดหัวใจ หลอดเลือดใหญ่ และทรวงอก

วิสัญญีวิทยา

พญ. ภิญญภา มุกด์จินดาภา

อนุสาขากุมาเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

พญ. ธัญชนก วิษณุวงศ์

กุมารเวชศาสตร์

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ในแต่ละช่วงอายุ

การฉีดวัคซีนการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพื่อป้องกันการติดต่อของโรคติดต่อร้ายแรง วัคซีนอาจผลิตจากเชื้อไวรัส หรือ เชื้อแบคทีเรียที่อ่อนตัวแล้ว ขอเเนะวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ในแต่ละช่วงอายุ

blank บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
วัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ในแต่ละช่วงอายุ

การฉีดวัคซีนการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเพื่อป้องกันการติดต่อของโรคติดต่อร้ายแรง วัคซีนอาจผลิตจากเชื้อไวรัส หรือ เชื้อแบคทีเรียที่อ่อนตัวแล้ว ขอเเนะวัคซีนสำหรับผู้ใหญ่ในแต่ละช่วงอายุ

blank บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ต่างจากไข้หวัดทั่วไปอย่างไร?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และไข้หวัดธรรมดาเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายด้าน ทั้งสาเหตุ อาการ ความรุนแรง การแพร่ระบาด และการป้องกัน

blank บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
อาการไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ต่างจากไข้หวัดทั่วไปอย่างไร?

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A และไข้หวัดธรรมดาเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่พบได้บ่อย แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในหลายด้าน ทั้งสาเหตุ อาการ ความรุนแรง การแพร่ระบาด และการป้องกัน

blank บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โรคหอบหืด ที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย

โรคหอบหืดเป็นโรคอักเสบเรื้อรัง ที่พบได้ในทุกเพศทุกวัยและยังไม่มียาที่รักษาให้หายขาด

โรคหอบหืด ที่พบได้ในทุกเพศทุกวัย

โรคหอบหืดเป็นโรคอักเสบเรื้อรัง ที่พบได้ในทุกเพศทุกวัยและยังไม่มียาที่รักษาให้หายขาด