Header

ไข้เลือดออกใกล้ตัว และน่ากลัวกว่าที่เราคิด (Dengue fever)

blank โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ไข้เลือดออก (Dengue fever) โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

โรคไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก คือโรคติดเชื้อที่มีสาเหตุจากไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ซึ่งมักถูกถ่ายทอดผ่านการกัดของยุงลายที่เป็นพาหะของเชื้อไวรัส โรคนี้เป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในภูมิภาคร้อน เนื่องจากมีการแพร่ระบาดอย่างกว้างขวาง

 

โรคไข้เลือดออกเกิดจากอะไร

เชื้อไวรัสเดงกี เป็นเชื้อโรคที่อยู่ในยุงลาย ถ้ามียุงลายกัดคนที่ติดเชื้อ แล้วไปกัดคนอื่นต่อ เชื้อโรคก็จะเข้าไปในร่างกายของคน ๆ นั้นได้ โดยเชื้อไวรัสจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางน้ำลายของยุงลายที่กัดบนผิวหนังของเรา ทำให้เราเป็นโรคไข้เลือดออกได้ 

 

การแพร่เชื้อ

การแพร่เชื้อผ่านการถูกยุงกัด

โรคไข้เลือดออกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสแดงกี (Dengue virus) ที่แพร่เชื้อผ่านการถูกยุงกัด ไวรัสสามารถติดต่อสู่คนผ่านการถูกยุงตัวเมียที่ติดเชื้อกัดได้ 

 

การแพร่เชื้อจากคนสู่ยุง

ยุงสามารถติดเชื้อได้จากผู้ที่มีเชื้อไวรัส DENV อาจเป็นผู้ที่มีอาการติดเชื้อไข้เลือดออก หลังจากยุงดูดเลือดของผู้ติดเชื้อ DENV แล้ว ไวรัสจะขยายพันธุ์ในลำไส้ของยุง เมื่อติดเชื้อแล้วยุงสามารถแพร่เชื้อไวรัสได้ตลอดชีวิต

 

การแพร่เชื้อของคุณแม่ตั้งครรภ์

การติดเชื้อไข้เลือดออกในระหว่างตั้งครรภ์ เมื่อแม่ติดเชื้อ DENV ขณะตั้งครรภ์ ทารกอาจต้องทนทุกข์ทรมานจากการคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดน้อย และความทุกข์ทรมานของทารกในครรภ์

 

อาการของไข้เลือดออก

อาการที่พบบ่อยที่สุดของไข้เลือดออกคือ

  • มีไข้สูง
  • ปวดศีรษะ 
  • ปวดเมื่อยตามร่างกาย 
  • คลื่นไส้ และมีผื่นขึ้น 

 

ส่วนใหญ่จะดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ บางคนเป็นโรคไข้เลือดออกขั้นรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการดูแลในโรงพยาบาล เพราะอาจอันตรายถึงแก่ชีวิตได้  

 

ระยะฟักตัวไข้เลือดออก

มักเริ่มหลังจากติดเชื้อ 4-10 วัน และคงอยู่ประมาณ 2-7 วัน มีอาการดังต่อไปนี้

  • ไข้สูง (40°C/104°F)
  • ปวดหัวอย่างรุนแรง
  • ปวดหลังตา
  • ปวดกล้ามเนื้อและข้อ
  • คลื่นไส้/อาเจียน
  • ต่อมบวม
  • ผื่น

 

ผู้ที่ติดเชื้อเป็นครั้งที่สองมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคไข้เลือดออกรุนแรงมากขึ้น

 

อาการไข้เลือดออกรุนแรงมักเกิดขึ้นหลังจากไข้หายแล้ว

  • อาการปวดท้องอย่างรุนแรง
  • อาเจียนอย่างต่อเนื่อง
  • หายใจเร็ว
  • มีเลือดออกตามเหงือกหรือจมูก 
  • เหนื่อยล้า
  • กระวนกระวายใจ
  • อาเจียน/อุจจาระเป็นเลือด
  • กระหายน้ำมาก
  • ผิวซีดและเย็น
  • รู้สึกอ่อนแอ

 

ผู้ที่มีอาการรุนแรงเหล่านี้ควรได้รับการดูแลทันที 

 

ปัจจัยเสี่ยง

  • การโดนยุงลายกัด ยุงลายที่ถือเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue virus) มีความเสี่ยงที่จะถ่ายทอดโรคให้กับคน เมื่อยุงลายกัดคนที่ติดเชื้อแล้ว โดยการอยู่ใกล้กับที่อยู่ของยุงลาย หรืออยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้น
  • การไม่ทำความสะอาดบริเวณที่อยู่อาศัย การเก็บน้ำที่จะเป็นที่อาศัยของยุงลาย เช่น ภาชนะน้ำที่เก็บน้ำฝนอยู่ ที่จะสร้างสภาพอยู่อาศัยให้ยุงลายได้
  • พื้นที่ที่มีการระบาดของโรค การอยู่ในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคไข้เลือดออกมากๆ จะทำให้ความเสี่ยงที่จะติดเชื้อเพิ่มขึ้น
  • การไม่ใช้ยากันยุง การไม่ใช้ยากันยุง เช่น มุ้งลวด สเปรย์กันยุง แผ่นยากันยุง เป็นต้น

  

 

วิธีรักษาโรคไข้เลือดออก

ปัจจุบัน โรคไข้เลือดออกยังไม่มีการรักษาเฉพาะทาง ทำได้เพียงรักษาตามอาการ ด้วยการทานยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงยาที่มีแอสไพรินหรือส่วนผสมอื่นที่อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง และทานอาหารดีที่ดีต่อสุขภาพ


 

วิธีป้องกันโรคไข้เลือดออก

  • ใช้ยากันยุง เช่น สเปรย์กันยุง หรือแผ่นยากันยุง ที่ช่วยป้องกันการกัดจากยุงลายได้
  • สวมเสื้อผ้าที่ป้องกันยุง และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีน้ำขังที่เป็นที่อยู่ของยุงลาย
  • ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับเลือดของบุคคลที่ติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออก
  • รับวัคซีน การไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
  • รักษาสุขภาพให้ดี โดยการรับประทานอาหารที่มีโปรตีนเ ดื่มน้ำเยอะๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ จะช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและสามารถต่อต้านการติดเชื้อได้ดีขึ้น
  • หากมีแผล ควรรักษาและดูแลแผลให้แห้งและสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแผล

 

 



ศูนย์การรักษาที่เกี่ยวข้อง

แผนกตรวจสุขภาพ

สถานที่

อาคาร A ชั้น 2

เวลาทำการ

จันทร์ - อาทิตย์ 07.00 - 16.00 น.

เบอร์ติดต่อ

02 080 5999 ต่อ 4501

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ไข้มาลาเรีย: สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และรักษา

ไข้มาลาเรีย คือโรคติดเชื้อที่เกิดจากปรสิตชนิดหนึ่ง ซึ่งมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค อาการ ของโรค ไข้มาลาเรีย ที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ และอาเจียน วิธีป้องกัน ที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด และใช้ยาป้องกันตามคำแนะนำของแพทย์ หากสงสัยว่าตนเองติดเชื้อ ไข้มาลาเรีย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องทันที

ไข้มาลาเรีย: สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และรักษา

ไข้มาลาเรีย คือโรคติดเชื้อที่เกิดจากปรสิตชนิดหนึ่ง ซึ่งมียุงก้นปล่องเป็นพาหะนำโรค อาการ ของโรค ไข้มาลาเรีย ที่พบบ่อย ได้แก่ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ และอาเจียน วิธีป้องกัน ที่สำคัญที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการถูกยุงกัด และใช้ยาป้องกันตามคำแนะนำของแพทย์ หากสงสัยว่าตนเองติดเชื้อ ไข้มาลาเรีย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องทันที