Header

พัฒนาการเด็กแรกเกิด - 1 ปี และวิธีเสริมพัฒนาการเด็ก ที่พ่อแม่ต้องรู้

พญ.สุรีย์พร กอบเกื้อชัยพงษ์

การเลี้ยงลูกโดยเฉพาะกับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่เลี้ยงเด็กทารกเป็นครั้งแรก ถือเป็นประสบการณ์ที่สร้างความสุขและความท้าทายไปพร้อม ๆ กัน เด็กในแต่ละช่วงวัยจะมีพัฒนาการที่แตกต่างกันเลี้ยงดูลูกวัยแรกเกิดอาจเหมือนวัฏจักรที่วนเวียนอยู่แค่ ตื่น กินนม เปลี่ยนผ้าอ้อม นอน ฟังดูเหมือนจะง่ายแต่กลับเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสสำหรับพ่อแม่มือใหม่ หากแต่ความสุขที่ได้เฝ้ามองลูกน้อยเติบโตสมวัยและมีพัฒนาการที่น่ามหัศจรรย์อย่างใกล้ชิดอย่างคำกล่าวที่ว่า “ก้าวแรกคือก้าวที่สำคัญสำหรับลูกน้อย” ก็ถือว่ามีค่าอย่างมากสำหรับคุณพ่อคุณแม่

พัฒนาการเด็กวัยแรกเกิด - 1 เดือน

ลูกจะมองเห็นวัตถุต่าง ๆ ได้ในระยะ 8 – 12 นิ้ว เป็นระยะที่พอดีกับตอนที่คุณแม่อุ้มให้นม มองตามวัตถุที่เคลื่อนไหวได้ และจะเริ่มสนใจกับสิ่งที่ผ่านตาไปด้านข้าง แต่ยังไม่สามารถขยับแค่ดวงตาเพื่อมองด้านข้างได้ จะหันทั้งหัวเพื่อมองแทน อาจมองพ่อแม่แค่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ตอบสนองต่อเสียงพูด ทำเสียงในลำคอ ซึ่งในช่วงอายุนี้ ลูกจะชอบวัตถุที่มีสีสันสดใส โดดเด่น มากกว่าสีโทนพาสเทล

การกระตุ้นพัฒนาการลูกวัยแรกเกิด – 1 เดือน

อุ้มลูกบ่อย ๆ คุยกับลูกใกล้ ๆ รวมถึงแสดงสีหน้า เช่น ยิ้ม แลบลิ้น อ้าปาก เพื่อให้ลูกทำตามและมองเห็นได้ชัด ช่วงแรกเกิดควรใช้ของเล่นเสริมพัฒนาการที่มีเฉดสีขาว ดำ เพื่อกระตุ้นพัฒนาการที่ตรงกับวัยมากขึ้นพอลูกอายุ 1 เดือนแนะนำของเล่นที่มีสีสันสะดุดตา เช่น สีแดง ส้ม ฟ้า เหลือง มีเสียงกรุ๊งกริ๊ง หรือเสียงดนตรีด้วยก็จะยิ่งดี ของเล่นที่จับบีบแล้วมีเสียงจะช่วยดึงดูดความสนใจและลูกจะเริ่มโฟกัสที่วัตถุตรงหน้า

พัฒนาการเด็กวัย 2 - 4 เดือน

เมื่อลูกอายุประมาณ 2 เดือน เด็กจะเริ่มยิ้มตอบ ยิ้มทักทาย แสดงท่าทางดีใจที่แม่อุ้ม ทำเสียงอืออา สนใจฟังเสียง และมองหาเสียง เริ่มชันคอในท่าคว่ำได้ หากมีวัตถุเคลื่อนไหวเขาจะเริ่มมองตามวัตถุที่เคลื่อนไหวไปมา แม้ว่าดวงตาทั้งสองข้างจะยังทำงานไม่สมบูรณ์ แต่ไม่ต้องกังวลไป พอเขาโตขึ้นพัฒนาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง

เมื่อเข้าเดือนที่ 3 – 4 ลูกจะสามารถกวาดสายตาเพื่อจับวัตถุใดวัตถุหนึ่งจากภาพกว้างได้ เมื่อจับในท่าคว่ำจะเอาแขนยัน ชูคอตั้งขึ้น 90 องศาได้ อาจจะมีการขยับแขนตามการมองเห็นหรือใช้มือจับสิ่งนั้น นอกจากนี้ลูกอาจมีการหันหาเสียงหัวเราะ ส่งเสียงอ้อแอ้ตอบกลับในบางครั้งด้วย

การกระตุ้นพัฒนาการลูกวัยแรกเกิด 2 – 4 เดือน

ให้เล่น สัมผัส และพูดคุยกับลูกบ่อย ๆ ให้เขาส่งเสียงโต้ตอบ  ให้ลูกนอนเล่นบนเบาะในท่าคว่ำ ของเล่นเสริมพัฒนาการควรมีสีสันตัดกันห่างราว 1 ศอกให้ลูกมองตาม หรือของเล่นที่จับแล้วมีเสียง พร้อมกับพูดชื่อสีนั้นให้ลูกได้ยินไปด้วยจะช่วยเสริมพัฒนาการด้านสื่อสารและการจดจำ นอกจากนี้ยังควรเพิ่มการเคลื่อนย้ายของเล่นจากข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่งเพื่อให้ลูกมองตามได้

พัฒนาการเด็กวัย 5 - 8 เดือน

ช่วงอายุ 5 – 8 เดือน ลูกจะเริ่มจำหน้าพ่อแม่ได้รับรู้และจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แม้จะเห็นเพียงบางส่วนก็ตาม เขาจะรับรู้ว่าวัตถุอยู่ห่างจากตัวเองมากแค่ไหน มองเห็นโลกแบบสามมิติ มองเห็นสีได้มากขึ้นและจดจำสิ่งต่าง ๆ แสดงอารมณ์ดีใจ ขัดใจ หันตามเสียงเรียก เริ่มทำเสียงพยางค์เดียวได้เช่น หม่ำ ป๊ะ เมื่อมีของตกลงพื้นสามารถมองตามได้ คว้าของมือเดียว สลับมือถือของได้ เริ่มพลิกคว่ำพลิกหงาย จะเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้น และสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น อยากรู้อยากเห็น  อยากจับของทุกอย่างเด็กวัยนี้จะเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้น ลูกอาจมีอาการคันเหงือกและหยิบจับสิ่งของเข้าปากมากขึ้นกว่าเดิม

การกระตุ้นพัฒนาการลูกวัยแรกเกิด 5 – 8 เดือน

เพิ่มการเรียกชื่อลูกจากทิศทางต่าง ๆ หรือบอกสิ่งที่กำลังจะทำกับลูก เช่น อาบน้ำ แต่งตัว ทานข้าว และอุ้มลูกให้น้อยลงปล่อยให้หัดนั่งเองบนพื้นที่ปลอดภัยโดยมีพ่อแม่ดูแลอยู่ใกล้ ๆ หาของเล่นเสริมพัฒนาการที่เป็นสามมิติ มีแสงสีและเสียงเพลงมากระตุ้นการมองเห็นและการจดจำของลูก ที่สำคัญคือต้องเตรียมของเล่นที่เป็นยางกัดนิ่ม ๆ เอาไว้ให้ลูกกัดแก้คันเหงือกและช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของฟัน

พัฒนาการเด็กวัย 9 - 12 เดือน

ตอนอายุ 9 เดือน จะเริ่มรับรู้ถึงระยะทางความห่างได้เมื่อลูกพยายามจะยืนขึ้นทรงตัว และเมื่อเข้าอายุ 10 เดือน ก็จะเข้าใจถึงระยะความห่างพอที่จะหยิบจับสิ่งของบางอย่างขึ้นมาระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้มากขึ้น และฟังรู้ภาษา เข้าใจสีหน้า ท่าทาง ตอบสนองส่งเสียงเป็นคำ ๆ ได้ ชอบเล่นจ๊ะเอ๋ ปรบมือ มองหาของที่ซ่อนอยู่ หยิบอาหารกินเองได้ ชี้นิ้ว และออกเสียงหลายพยางค์ได้ เช่น หม่ำ ๆ คลาน เกาะยืน และเหนี่ยวตัวลุกขึ้นยืนได้แล้ว

เมื่ออายุ 12 เดือน ลูกจะเข้าใจการหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ มากขึ้น และเป็นวัยที่กำลังหัดคลานเพื่อพยายามเดิน มองวัตถุเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว หยิบของเข้า-ออกจากกล่องได้ ที่สำคัญเด็กวัยนี้อาจมีการเลียนแบบท่าทางที่เห็น เช่น โบกมือ ไหว้ บ๊ายบาย ดื่มน้ำจากถ้วยได้ พูดคำที่มีความหมายได้ 1 คำ เข้าใจคำสั่งให้หยุด ชอบเอาของมาเคาะกัน ตั้งไข่หรือยืนเองได้ชั่วครู่

การกระตุ้นพัฒนาการลูกวัย 9 – 12 เดือน

เล่นกับลูก ปรบมือ ทำท่าทางต่าง ๆ บ่อยขึ้น ให้ลูกฝึกหยิบอาหารชิ้นเล็ก ๆ ทานเอง และเป็นตัวอย่างให้ลูกทำท่าทางเลียนแบบ เตรียมสถานที่โล่ง ปลอดภัยไว้สำหรับให้ลูกหัดคลาน ยืน หาของเล่นเสริมพัฒนาการที่มีรูปทรงชัดเจนจะช่วยกระตุ้นให้ลูกเข้าใจการหยิบจับมากขึ้น พูดคุยกับลูกว่าสิ่งที่กำลังเล่นอยู่คืออะไร พร้อมสอนคำศัพท์ต่าง ๆ ไปด้วย เนื่องจากเด็กวัยนี้จะฟังรู้ภาษามากขึ้นถ้าเสริมด้วยของเล่นเข้าไปจะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการอย่างรอบด้าน



แพทย์ประจำศูนย์

แผนกเด็ก 24 ชั่วโมง

พญ.พริม สุธรรมรติ

กุมารแพทย์

แผนกเด็ก 24 ชั่วโมง

แผนกเด็ก 24 ชั่วโมง

แพทย์แนะนำ

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

พญ.กิติยา จันทรวิถี

พญ.กิติยา จันทรวิถี

ศูนย์ศัลยกรรมทั่วไป

อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด

นพ. ลิขิต กำธรวิจิตรกุล

ศัลยเเพทย์ออร์ปิดิกส์

บทความที่เกี่ยวข้อง

วัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วง โรต้าไวรัส

มีหลายสาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเชื้อแบคทีเรียหรือพิษจากอาหารโรตาไวรัสเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงพบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 2ปี

พญ.สุรีย์พร กอบเกื้อชัยพงษ์ โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ พญ.สุรีย์พร กอบเกื้อชัยพงษ์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
วัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วง โรต้าไวรัส

มีหลายสาเหตุอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเชื้อแบคทีเรียหรือพิษจากอาหารโรตาไวรัสเป็นไวรัสที่ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงพบบ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 2ปี

พญ.สุรีย์พร กอบเกื้อชัยพงษ์ โรงพยาบาลพริ้นซ์สุวรรณภูมิ พญ.สุรีย์พร กอบเกื้อชัยพงษ์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ทำอย่างไรเมื่อลืมทานยา ?

การรับประทานยาก่อนอาหารที่ถูกต้อง คือ ทานก่อนรับประทานอาหาร 30 นาที เพื่อประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ที่ดีที่สุด

ทำอย่างไรเมื่อลืมทานยา ?

การรับประทานยาก่อนอาหารที่ถูกต้อง คือ ทานก่อนรับประทานอาหาร 30 นาที เพื่อประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ที่ดีที่สุด

โรคกรดไหลย้อน GERD

ในปัจจุบันเราจะได้ยินผู้คนพูดถึงเรื่องโรคนี้กันบ่อยมากขึ้น ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นได้

blank บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม
โรคกรดไหลย้อน GERD

ในปัจจุบันเราจะได้ยินผู้คนพูดถึงเรื่องโรคนี้กันบ่อยมากขึ้น ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะ โรคกรดไหลย้อน เป็นโรคที่ใคร ๆ ก็สามารถเป็นได้

blank บทความโดย : โรงพยาบาลพริ้นซ์ สุวรรณภูมิ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม